Dasar
Spot
Perdagangkan kripto dengan bebas
Perdagangan Margin
Perbesar keuntungan Anda dengan leverage
Konversi & Investasi Otomatis
0 Fees
Perdagangkan dalam ukuran berapa pun tanpa biaya dan tanpa slippage
ETF
Dapatkan eksposur ke posisi leverage dengan mudah
Perdagangan Pre-Market
Perdagangkan token baru sebelum listing
Futures
Akses ribuan kontrak perpetual
TradFi
Emas
Satu platform aset tradisional global
Opsi
Hot
Perdagangkan Opsi Vanilla ala Eropa
Akun Terpadu
Memaksimalkan efisiensi modal Anda
Perdagangan Demo
Pengantar tentang Perdagangan Futures
Bersiap untuk perdagangan futures Anda
Acara Futures
Gabung acara & dapatkan hadiah
Perdagangan Demo
Gunakan dana virtual untuk merasakan perdagangan bebas risiko
Peluncuran
CandyDrop
Koleksi permen untuk mendapatkan airdrop
Launchpool
Staking cepat, dapatkan token baru yang potensial
HODLer Airdrop
Pegang GT dan dapatkan airdrop besar secara gratis
Launchpad
Jadi yang pertama untuk proyek token besar berikutnya
Poin Alpha
Perdagangkan aset on-chain, raih airdrop
Poin Futures
Dapatkan poin futures dan klaim hadiah airdrop
Investasi
Simple Earn
Dapatkan bunga dengan token yang menganggur
Investasi Otomatis
Investasi otomatis secara teratur
Investasi Ganda
Keuntungan dari volatilitas pasar
Soft Staking
Dapatkan hadiah dengan staking fleksibel
Pinjaman Kripto
0 Fees
Menjaminkan satu kripto untuk meminjam kripto lainnya
Pusat Peminjaman
Hub Peminjaman Terpadu
Margin dan leverage: Perbedaan yang harus diketahui trader
มาร์จิ้นคืออะไร - คำอธิบายว่าเป็นเงินประกัน ไม่ใช่ต้นทุน
เมื่อเริ่มต้นการเทรด คำว่า “มาร์จิ้น” มักทำให้สับสน หลายคนคิดว่ามันเป็นค่าธรรมเนียมหรือต้นทุนทางการเงิน แต่จริงๆ แล้ว มาร์จิ้น หรือ margin นั้นเป็นเพียงเงินประกันที่โบรกเกอร์ตั้งไว้เท่านั้น
เมื่อคุณเปิดตำแหน่งการเทรด โบรกเกอร์จะ “ล็อค” หรือ “หัก” ส่วนหนึ่งของเงินทุนในบัญชีของคุณ จำนวนเงินนี้ขึ้นอยู่กับขนาดของตำแหน่งที่คุณเปิด ตัวอย่างเช่น หากคุณต้องการควบคุมตำแหน่งการเทรดมูลค่า $100,000 แต่โบรกเกอร์กำหนด margin requirement ที่ 1% คุณจะต้องใช้เงินประกัน $1,000 เท่านั้น
นี่คือแก่นของ margin - คุณไม่ได้จ่ายต้นทุน แต่โบรกเกอร์จะระงาน $1,000 จากบัญชีของคุณเพื่อแน่ใจว่าคุณสามารถครอบคลุมการสูญเสียที่อาจเกิดขึ้น เมื่อคุณปิดตำแหน่ง เงินประกันนี้จะถูกปล่อยกลับไปยังบัญชีของคุณทันที
วิธีคำนวณ Margin ที่ถูกต้อง
การคำนวณ margin นั้นง่ายมาก อยู่ที่สูตร:
มาร์จิ้น = มูลค่าสัญญาปัจจุบัน × อัตราส่วนมาร์จิ้น (%)
เพื่อให้เข้าใจขึ้น สมมติคุณเปิดเลเวอเรจ 200:1 (ซึ่งเทียบเท่ากับ margin requirement 0.5%) หากคุณซื้อมินิล็อตที่มูลค่า $10,000 คุณจะต้องมีเงินประกันเพียง $50 คำนวณได้จาก $10,000 × 0.5% = $50 เท่านั้น
นี่คือพลังของ margin - คุณสามารถควบคุมสัญญาขนาดใหญ่ด้วยเงินทุนน้อย แต่ต้องจำไว้ว่ากำไรและขาดทุนก็ขยายใหญ่ขึ้นตามไปด้วย
หลักประกันรักษาสภาพ (Maintenance Margin) - เมื่อโบรกเกอร์มีอำนาจ
หากมาร์จิ้นเริ่มต้นเป็นเงินที่คุณจ่ายเพื่อเปิดตำแหน่ง หลักประกันรักษาสภาพ (Maintenance Margin หรือ MM) ก็คือจำนวนเงินขั้นต่ำที่บัญชีต้องรักษา เพื่อให้ตำแหน่งยังคงเปิดอยู่
โบรกเกอร์กำหนดให้เงินทุนของคุณต้องไม่ต่ำกว่า 50% ของ margin เริ่มต้น (หรือตามที่ระบุไว้ในข้อกำหนดของแพลตฟอร์ม) ถ้าเงินทุนตกต่ำกว่านี้ คุณก็จะเผชิญกับ Margin Call
ลองดูตัวอย่าง: หากคุณจ่ายมาร์จิ้นเริ่มต้น $1,000 หลักประกันรักษาสภาพจะอยู่ที่ $500 ตราบใดที่เงินทุนในบัญชียังสูงกว่า $500 ตำแหน่งของคุณจะปลอดภัย แต่ถ้าการเทรดขาดทุนและเงินทุนลดลงเหลือ $400 คุณจะต้องฝากเงินเพิ่ม $100 เพื่อรักษาตำแหน่ง
วิธีคำนวณหลักประกันรักษาสภาพ
สูตรนี้ช่วยคุณประมาณความเสี่ยง:
หลักประกันรักษาสภาพ = มูลค่าสัญญาแบบเรียลไทม์ × อัตราส่วนเงินประกันรักษาสภาพ (%)
อัตราส่วนเงินประกันรักษาสภาพ (%) = อัตราส่วนมาร์จิ้น (%) × 50%
ถ้ามาร์จิ้นเริ่มต้นเป็น 0.5% อัตราส่วนเงินประกันรักษาสภาพจะเป็น 0.25% นั่นหมายความว่าคุณต้องรักษาเงินทุนให้เพียงพอสำหรับเกณฑ์นี้ เพื่อไม่ให้ระบบปิดตำแหน่งโดยไม่ได้รับการยินยอม
Margin Call - สัญญาณเตือนจากโบรกเกอร์
เมื่อเงินทุนของคุณตกต่ำกว่าระดับ maintenance margin โบรกเกอร์จะส่งแจ้ง Margin Call ให้คุณ นี่เป็นการแจ้งว่าคุณต้องฝากเงินเพิ่มเพื่อรักษาตำแหน่ง
ในสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด ถ้าคุณไม่ตอบสนองต่อ Margin Call โบรกเกอร์มีสิทธิ์ปิดตำแหน่งของคุณโดยไม่ต้องขออนุญาต นี่คือเหตุผลที่สำคัญในการจัดการเงินทุนที่ดี - ไม่ควรใช้ leverage มากเกินไป
ความสัมพันธ์ระหว่าง Margin และ Leverage
มาร์จิ้นและเลเวอเรจนั้นเชื่อมโยงกัน เลเวอเรจ 200:1 หมายความว่ามาร์จิ้น requirement เพียง 0.5% เท่านั้น ยิ่ง leverage สูง margin requirement ก็ยิ่งต่ำ ซึ่งหมายความว่าคุณสามารถควบคุมตำแหน่งขนาดใหญ่ด้วยเงินทุนน้อย
แต่สิ่งนี้ก็เป็นดาบสองคม - เมื่อปรับตัวผิดทาง กำไรหรือขาดทุนก็จะขยายใหญ่ขึ้นอย่างมาก ปัจจัยเล็กน้อยอาจนำไปสู่การสูญเสียทั้งหมดได้
สรุป: สิ่งที่นักเทรดต้องจำ
มาร์จิ้นเริ่มต้น คือเงินประกันที่จำเป็นเพื่อเปิดตำแหน่งการเทรด ไม่ใช่ต้นทุนหรือค่าธรรมเนียม เงินนี้จะถูก “ล็อค” และคืนให้หลังปิดตำแหน่ง
หลักประกันรักษาสภาพ หรือ maintenance margin คือจำนวนเงินขั้นต่ำที่ต้องเก็บไว้ในบัญชี เพื่อให้ตำแหน่งยังคงเปิดอยู่ โดยทั่วไปอยู่ที่ 50% ของมาร์จิ้นเริ่มต้น
Margin Call เกิดขึ้นเมื่อเงินทุนตกต่ำกว่าระดับหลักประกันรักษาสภาพ - นี่คือสัญญาณว่าคุณต้องฝากเงินเพิ่มเดือด
เลเวอเรจและมาร์จิ้น ทำงานด้วยกัน leverage สูงหมายถึง margin requirement ต่ำ แต่ความเสี่ยงก็สูงตามไปด้วย
การเข้าใจ margin อย่างถ่องแท้จะช่วยให้คุณจัดการบัญชีอย่างชาญฉลาด และหลีกเลี่ยงความเสี่ยงที่ไม่จำเป็น