Futuros
Aceda a centenas de contratos perpétuos
TradFi
Ouro
Plataforma de ativos tradicionais globais
Opções
Hot
Negoceie Opções Vanilla ao estilo europeu
Conta Unificada
Maximize a eficiência do seu capital
Negociação de demonstração
Introdução à negociação de futuros
Prepare-se para a sua negociação de futuros
Eventos de futuros
Participe em eventos para recompensas
Negociação de demonstração
Utilize fundos virtuais para experimentar uma negociação sem riscos
Lançamento
CandyDrop
Recolher doces para ganhar airdrops
Launchpool
Faça staking rapidamente, ganhe potenciais novos tokens
HODLer Airdrop
Detenha GT e obtenha airdrops maciços de graça
Launchpad
Chegue cedo ao próximo grande projeto de tokens
Pontos Alpha
Negoceie ativos on-chain para airdrops
Pontos de futuros
Ganhe pontos de futuros e receba recompensas de airdrop
Investimento
Simple Earn
Ganhe juros com tokens inativos
Investimento automático
Invista automaticamente de forma regular.
Investimento Duplo
Aproveite a volatilidade do mercado
Soft Staking
Ganhe recompensas com staking flexível
Empréstimo de criptomoedas
0 Fees
Dê em garantia uma criptomoeda para pedir outra emprestada
Centro de empréstimos
Centro de empréstimos integrado
Centro de Património VIP
Aumento de património premium
Gestão de património privado
Alocação de ativos premium
Fundo Quant
Estratégias quant de topo
Staking
Faça staking de criptomoedas para ganhar em produtos PoS
Alavancagem inteligente
New
Alavancagem sem liquidação
Cunhagem de GUSD
Cunhe GUSD para retornos RWA
O que são commodities e como negociar para investidores iniciantes
ในปัจจุบัน ความสนใจด้านการลงทุนเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะการเทรด สินค้าโภคภัณฑ์ ซึ่งเป็นช่องทางลงทุนที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการสร้างพอร์ตการลงทุนที่หลากหลาย บทความนี้จะอธิบายรายละเอียดเกี่ยวกับ Commodity ว่ากำเนิดมาจากไหน มีประเภทใดบ้าง และวิธีการเทรดที่เหมาะสมสำหรับผู้เริ่มต้น
Commodity คืออะไร บทบาทของสินค้าโภคภัณฑ์ในตลาดการเงิน
สินค้าโภคภัณฑ์ (Commodity) เป็นวัตถุดิบหรือทรัพยากรธรรมชาติที่มีมูลค่าสูง ใช้ในการผลิตสินค้าอื่นๆ หรือเป็นสินค้าที่บริโภคโดยตรงในชีวิตประจำวัน เช่น ทองคำ ทองแดง น้ำมันดิบ ก๊าซธรรมชาติ ข้าวสาลี เมล็ดกาแฟ และน้ำตาล
สินค้าโภคภัณฑ์สามารถแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ตามลักษณะการเกิดและการใช้งาน:
Hard Commodities และ Soft Commodities
Soft Commodities (สินค้าโภคภัณฑ์อ่อน) คือผลิตภัณฑ์จากการเพาะปลูกและเลี้ยงสัตว์ ได้แก่:
Hard Commodities (สินค้าโภคภัณฑ์แข็ง) มาจากการขุดหรือสกัดจากแหล่งธรรมชาติ ได้แก่:
สินค้าโภคภัณฑ์ที่ได้รับการซื้อขายอย่างแพร่หลาย
ในตลาดการเงิน สินค้าโภคภัณฑ์ที่ได้รับความนิยมอยู่ในรูปแบบสัญลักษณ์เทรด เช่น:
ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการเคลื่อนไหวของราคา Commodity
กลุ่มอุปสงค์ (Demand Factors)
รายได้และจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้นเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญ ในประเทศที่มีรายได้ต่ำ การเพิ่มขึ้นของรายได้มักส่งผลให้การใช้จ่ายด้านอาหารเพิ่มขึ้นมากขึ้น ในขณะที่ประเทศรายได้สูงจะเปลี่ยนโครงสร้างการบริโภคไปยังสินค้าอื่นๆ
พฤติกรรมการบริโภคและวัยของประชากรก็ส่งผลต่อความต้องการสินค้าโภคภัณฑ์แต่ละประเภท โดยแนวโน้มการบริโภคเนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์จากสัตว์มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในประเทศที่พัฒนากำลังเรียนรู้
กลุ่มอุปทาน (Supply Factors)
การผลิตขึ้นอยู่กับปัจจัยหลากหลาย ได้แก่ แรงงาน ทุน ที่ดิน แหล่งน้ำ และทรัพยากรธรรมชาติ การพัฒนาประสิทธิภาพการผลิตต้องอาศัยการลงทุนด้านวิจัยและพัฒนา
ความไม่แน่นอน (Uncertainties)
ปัจจัยทางภูมิอากาศและสภาวะบรรยากาศ เช่น ภัยแล้ง น้ำท่วม มีอิทธิพลโดยตรงต่อการเก็บเกี่ยวในภาคเกษตรกรรม
วงจรป้อนกลับของตลาด (Feedback Loops)
การลงทุนและการเก็งกำไรในตลาดล่วงหน้าสินค้าโภคภัณฑ์ สร้างวงจรป้อนกลับที่อาจเสริมแรงให้ราคาผันผวนมากขึ้น เมื่อราคาสูงขึ้น นักลงทุนเพิ่มเติมจึงเข้ามาซื้อ ซึ่งส่งผลให้ราคายังสูงต่อไป
ข้อดีและข้อเสียของการเทรด Commodity
ข้อดีที่สำคัญ
1. การป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ สินค้าโภคภัณฑ์เช่น ทองคำ เงิน น้ำมัน มักมีแนวโน้มเพิ่มราคาควบคู่กับเงินเฟ้อ
2. การกระจายความเสี่ยง สินค้าโภคภัณฑ์มีความสัมพันธ์ต่ำกับสินทรัพย์อื่นๆ เช่น หุ้นและพันธบัตร ทำให้สามารถลดความผันผวนของพอร์ตโดยรวมได้
3. สภาพคล่อง ราคาสินค้าโภคภัณฑ์มักเคลื่อนไหวในทิศตรงกันข้ามกับตราสารหนี้ ซึ่งช่วยปกป้องพอร์ตและเพิ่มสภาพคล่องการลงทุน
4. โอกาสได้รับผลตอบแทนสูง ในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจไม่มั่นคง ราคาสินค้าโภคภัณฑ์สามารถเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วเนื่องจากความไม่สมดุลของอุปสงค์และอุปทาน
ข้อเสียที่ต้องคำนึงถึง
1. ความเสี่ยงจากเลเวอเรจ การใช้เลเวอเรจสูงช่วยให้ลงทุนด้วยเงินน้อย แต่เพิ่มความเสี่ยงการสูญเสียมูลค่าอย่างรวดเร็ว
2. ความผันผวนสูงในตลาด การศึกษาพบว่าสินค้าโภคภัณฑ์มีความผันผวนสูงกว่าหุ้นถึง 2 เท่า และมากกว่าพันธบัตร 4 เท่า การเคลื่อนไหวของราคาที่รวดเร็วอาจนำไปสู่การตัดสินใจผิดพลาด
3. ความสัมพันธ์ผกผันกับตราสารหนี้ โดยทั่วไป กำไรจากสินค้าโภคภัณฑ์มักเกิดขึ้นเมื่อตลาดตราสารหนี้ผันผวน
4. ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ในบริบทของภาวะโลกร้อนและนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดขึ้น การจัดการเหมืองแร่ การเกษตร และการสกัดพลังงานอาจเผชิญกับข้อจำกัดใหม่
วิธีการเทรดสินค้าโภคภัณฑ์สำหรับมือใหม่
1. ETF สินค้าโภคภัณฑ์
เป็นการลงทุนในสินค้าชนิดนั้นโดยไม่ต้องครอบครองของจริง โดยส่วนใหญ่ ETF จะลงทุนในอนุพันธ์หรือสัญญา Futures
ข้อดี:
2. Futures สินค้าโภคภัณฑ์
สัญญาซื้อขายที่ตกลงราคาในวันนี้ แต่การส่งมอบเกิดขึ้นในอนาคต นิยมใช้สำหรับเทรดทองคำ น้ำมัน และสินค้าหลักอื่นๆ
ข้อดี:
3. หุ้นของบริษัทสินค้าโภคภัณฑ์
ลงทุนในหุ้นของบริษัทที่ผลิตหรือซื้อขายวัตถุดิบ เช่น BHP Group, Rio Tinto, Vale SA ฯลฯ
ข้อดี:
4. CFD สินค้าโภคภัณฑ์
การเทรดออนไลน์ผ่านทางโบรกเกอร์โดยไม่ต้องส่งมอบสินค้าจริง Position ที่ถือครองจะมีมูลค่าตามราคา Commodity ในเวลาจริง
ข้อดี:
ต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับการเทรด
เมื่อเทรดสินค้าโภคภัณฑ์ กำไรที่คำนวณได้นั้นไม่ใช่แค่ส่วนต่างราคา แต่ต้องหักต้นทุนการทำธุรกรรม ซึ่งมี 3 ส่วนหลัก:
1. สเปรด (Spread) ความแตกต่างระหว่างราคาเสนอซื้อและราคาเสนอขายของเครื่องมือ ตัวอย่างเช่น ทองคำราคาเสนอซื้อ 1949.02 และราคาเสนอขาย 1949.47 สเปรดอยู่ที่ 0.45 ดอลลาร์ เพื่อทำกำไร คุณต้องให้มาร์จิ้นเกินส่วนนี้
2. Swap ค่าธรรมเนียมการถือ Position ข้ามคืน เรียกเก็บในเวลา 23:59 น.
3. ค่าคอมมิชชั่น ตราสารบางตัวเรียกเก็บค่าคอมมิชชั่นสำหรับการเปิดและปิดการซื้อขาย
ดังนั้น ในการคำนวณกำไรที่แท้จริง คุณต้องลบต้นทุนการทำธุรกรรมทั้งหมดออกจากมูลค่า และต้องพิจารณาต้นทุนเหล่านี้อย่างรอบคอบก่อนเข้าสู่การเทรดสินค้าใดๆ
ตารางเวลาการเทรด Commodity
ไม่ใช่ทุกช่วงเวลาที่สินค้าโภคภัณฑ์ทั้งหมดสามารถเทรดได้ ช่วงเวลาการซื้อขายขึ้นอยู่กับภูมิภาคและลักษณะของสินค้า:
สินค้าโลหะมีค่า (ทองคำ เงิน แพลทินัม แพลเลเดียม):
น้ำมันดิบและพลังงาน (Brent, WTI, ก๊าซธรรมชาติ):
สินค้าเกษตร (กาแฟ น้ำตาล):
นักลงทุนควรตรวจสอบตารางเวลากับทางโบรกเกอร์เพื่อให้แน่ใจในช่วงเวลาการเทรด
สรุป และข้อแนะนำสำหรับนักลงทุน
สินค้าโภคภัณฑ์ เป็นส่วนสำคัญของพอร์ตการลงทุนที่หลากหลาย แม้ว่าจะมีความผันผวนสูง แต่ก็นำเสนอโอกาสในการเติบโตและการป้องกันการสูญเสียมูลค่าเมื่อเศรษฐกิจไม่แน่นอน
เมื่อเริ่มต้นการเทรด นักลงทุนควร:
เลือกโบรกเกอร์ที่เชื่อถือได้ ที่มีความเชี่ยวชาญในตลาดต่างๆ ฝากถอนรวดเร็ว และมีค่าธรรมเนียมที่แข่งขันได้
หลีกเลี่ยงการลงทุนในสินทรัพย์ชนิดเดียว เพื่อลดความเสี่ยงของพอร์ตโดยรวม
ศึกษารายละเอียดความเสี่ยง ของสินทรัพย์นั้นๆ ก่อนการลงทุน
จำได้ว่า Commodity ไม่เหมาะสำหรับการลงทุนหลัก เนื่องจากมีความผันผวนสูง ควรใช้เป็นส่วนเสริมของพอร์ตเท่านั้น
การลงทุนในสินค้าโภคภัณฑ์ต้องมีความเข้าใจที่ลึกซึ้ง การบริหารจัดการความเสี่ยง และการตัดสินใจที่มีข้อมูลประกอบ เพื่อให้การเทรดกลายเป็นช่องทางสร้างมูลค่าในระยะยาว