Futuros
Aceda a centenas de contratos perpétuos
TradFi
Ouro
Plataforma de ativos tradicionais globais
Opções
Hot
Negoceie Opções Vanilla ao estilo europeu
Conta Unificada
Maximize a eficiência do seu capital
Negociação de demonstração
Introdução à negociação de futuros
Prepare-se para a sua negociação de futuros
Eventos de futuros
Participe em eventos para recompensas
Negociação de demonstração
Utilize fundos virtuais para experimentar uma negociação sem riscos
Lançamento
CandyDrop
Recolher doces para ganhar airdrops
Launchpool
Faça staking rapidamente, ganhe potenciais novos tokens
HODLer Airdrop
Detenha GT e obtenha airdrops maciços de graça
Launchpad
Chegue cedo ao próximo grande projeto de tokens
Pontos Alpha
Negoceie ativos on-chain para airdrops
Pontos de futuros
Ganhe pontos de futuros e receba recompensas de airdrop
Investimento
Simple Earn
Ganhe juros com tokens inativos
Investimento automático
Invista automaticamente de forma regular.
Investimento Duplo
Aproveite a volatilidade do mercado
Soft Staking
Ganhe recompensas com staking flexível
Empréstimo de criptomoedas
0 Fees
Dê em garantia uma criptomoeda para pedir outra emprestada
Centro de empréstimos
Centro de empréstimos integrado
Centro de Património VIP
Aumento de património premium
Gestão de património privado
Alocação de ativos premium
Fundo Quant
Estratégias quant de topo
Staking
Faça staking de criptomoedas para ganhar em produtos PoS
Alavancagem inteligente
New
Alavancagem sem liquidação
Cunhagem de GUSD
Cunhe GUSD para retornos RWA
Investir na era da inflação: Você realmente sabe se o valor do dinheiro está a diminuir?
เมื่อเดือนที่แล้ว เงินของคุณซื้อของได้เท่าไหร่? เดือนนี้? น่าจะน้อยลงแน่นอน นี่คือปรากฏการณ์ที่เรียกว่า เงินเฟ้อ ซึ่งส่งผลกระทบต่อการซื้อขายของแต่ละคน โดยเฉพาะผู้ที่นั่งคุมนั่งอยู่กับเงินแบบไม่ลงทุน
ระดับราคาพุ่งขึ้น แต่เศรษฐกิจไม่สมดุล
เงินเฟ้อ เกิดขึ้นเมื่อสินค้าและบริการมีราคาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจากมุมมองอื่นก็คือ มูลค่าแท้ของเงิน กำลังลดต่ำลง นั่นหมายถึง เงิน 50 บาทที่ซื้อข้าวได้สามจาน ปัจจุบันอาจซื้อได้เพียงจานเดียวเท่านั้น
ปรากฏการณ์นี้ไม่ได้เกิดขึ้นในวันนั้นวันนี้ แต่เป็นกระบวนการที่สะสมมาจากหลายปี ตัวอย่างเช่น ราคาเนื้อหมูแดงในปี 2564 อยู่ที่ 137.5 บาท/กก. แต่ปี 2565 ปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็น 205 บาท/กก. ราคาก๊าซหุงต้มตลอดทั้งปี 2565-2567 ขยับขึ้นจาก 393 บาท/ถัง เป็น 423 บาท/ถัง อีกตัวอย่างน้ำมันดีเซลเมื่อปี 2565 ราคาอยู่ที่ 34.94 บาท/ลิตร ปี 2567 ปรับขึ้นเป็น 40.24 บาท/ลิตร
ใครคือผู้ได้ประโยชน์ใครคือผู้เสียประโยชน์?
พ่อค้า ผู้ประกอบการ และผู้ถือหุ้น ได้ประโยชน์อย่างมาก เพราะสามารถปรับราคาสินค้าขึ้นตามภาวะตลาด แต่พนักงานเงินเดือนกลับ เสียเปรียบ เพราะเงินเดือนมักเพิ่มในอัตราที่ต่ำกว่าอัตราเงินเฟ้อมาก
ต้นตอที่สร้างเงินเฟ้อในเวลานี้
ความต้องการซื้อสินค้าเพิ่มสูงขึ้นหลังเศรษฐกิจโลกฟื้นตัวจากช่วงโปรแกรม COVID-19 ปรากฏการณ์ “Revenge Spending” (การใช้จ่ายเพื่อชดเชยช่วงที่ผ่านมา) ยิ่งทำให้ความต้องการพุ่งสูงขึ้น แต่การผลิตกลับไม่ทันเชื่อม ด้านนอกนี้ ต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้นจากราคาน้ำมันดิบ ก๊าซธรรมชาติ และสินค้าโภคภัณฑ์ในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้น
ปัญหาข้อจำกัดด้านอุปทาน (Supply Chain Disruption) เป็นอีกหนึ่งสาเหตุ การขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์และชิปเซมิคอนดักเตอร์ทำให้ต้นทุนการขนส่งและผลิตสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
จากข้อมูลของ IMF ณ เดือนมกราคม 2567 เศรษฐกิจโลกคาดว่าจะขยายตัวที่ 3.1% ในปี 2567 และ 3.2% ในปี 2568 ซึ่งอยู่เหนือการคาดการณ์ครั้งก่อนเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม การเติบโตยังน้อยกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต เนื่องจากนโยบายการเงินที่เข้มงวดและการสนับสนุนทางการเงินที่หดตัว
อัตราเงินเฟ้อวัดจากอะไร?
ทุกเดือน กระทรวงพาณิชย์เก็บรวบรวมข้อมูลราคาสินค้าและบริการ 430 รายการ มาคำนวณเป็น ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ซึ่งเป็นตัวชี้วัดหลักในการกำหนดอัตราเงินเฟ้อทั่วไป
ตัวอย่างเช่น ตามข้อมูลเดือนมกราคม 2567 ดัชนีราคาผู้บริโภคเท่ากับ 110.3 เพิ่มขึ้น 0.3% จากเดือนมกราคม 2566 (ฐานปี 2562 = 100) ส่วนอัตราเงินเฟ้อทั่วไป (YoY) อยู่ที่ 1.11% ซึ่งเป็นการลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 ต่ำสุดในรอบ 35 เดือนเนื่องจากการลดลงของราคาพลังงานและสินค้าอาหารสด
เงินฝืด: ตรงกันข้ามกับเงินเฟ้อ
หากเงินเฟ้อคือราคาพุ่งขึ้น เงินฝืด ก็คือระดับราคาของสินค้าและบริการที่ลดต่ำลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเกิดจากความต้องการซื้อที่ลดลง หรือปริมาณเงินหมุนเวียนไม่เพียงพอ
ทั้งสองสภาวะ หากยาวนานและรุนแรง ล้วนทำให้เศรษฐกิจเสื่อมลง ความแตกต่างก็คือ เงินเฟ้อสูงปานกลางยังช่วยให้ธุรกิจขยายตัว แต่เงินฝืดจะทำให้ทุกคนชะลอการลงทุน ลดการซื้อ และหยุดสร้างงาน
ผลกระทบต่อประชาชนและประเทศ
ภาระค่าครองชีพเพิ่มขึ้น ส่งผลให้อำนาจซื้อของประชาชนลดลง ความสามารถในการจับจ่ายซื้อสินค้าลดตามไปด้วย
ผู้ประกอบการกำลังสับสน ราคาสินค้าแพงขึ้น ยอดขายลดลง ต้นทุนการผลิตเพิ่มสูง บางรายต้องชะลอการลงทุน ลดจำนวนพนักงาน ส่งผลให้อัตราว่างงานเพิ่มขึ้น
การพัฒนาประเทศชะลอตัว เมื่อประชาชนซื้อน้อย ธุรกิจขายไม่ได้ การลงทุนเพื่อพัฒนาศักยภาพการผลิตก็ล่าช้าไป โครงสร้างเศรษฐกิจจึงอ่อนแอลง
หากเศรษฐกิจเข้าสู่ Stagflation?
“Stagflation” คือภาวะที่เกิดเงินเฟ้อแต่การเติบโตเศรษฐกิจชะลอ สถานการณ์ทำให้คนใช้จ่ายน้อยลง ผู้ประกอบการขายไม่ได้ กำไรลดลง ไม่มีความกล้าขยายกิจการ ปลดพนักงาน อัตราว่างงานสูง และในที่สุดต้องปิดกิจการ นี่คือสถานการณ์ที่ไม่มีใครอยากให้เกิด
ปัจจุบันเศรษฐกิจไทยยังไม่เข้าสู่ช่วงนี้ แต่การติดตามข่าวสารจึงเป็นสิ่งที่นักลงทุนไม่ควรละเลย
วิธีรับมือกับเงินเฟ้อ
วางแผนการลงทุนแบบรุก
ในยุคเงินเฟ้อ ดอกเบี้ยเงินฝากจะต่ำ การนำเงินไปลงทุนในสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า เช่น หุ้น กองทุนรวม อสังหาริมทรัพย์ จึงเป็นวิธีปกป้องเงินของคุณ
หลีกเลี่ยงหนี้เสีย
หนี้ที่ไม่สร้างรายได้นั้นเสียหาย วางแผนการใช้จ่ายให้เข้มงวด หลีกเลี่ยงการซื้อของที่ไม่จำเป็น
ลงทุนในสินทรัพย์มั่นคง
ทองคำถือว่าเป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่าแท้ตลอดเวลา ไม่เสื่อมสภาพตามกาลเวลา เมื่อเงินเฟ้อสูง ราคาทองคำก็พุ่งตามไปด้วย
ติดตามข่าวอย่างใกล้ชิด
เงินเฟ้อและการเปลี่ยนแปลงนโยบายการเงินส่งผลต่อทุกแนวทางการลงทุน การติดตามข่าวสารจึงช่วยให้คุณตัดสินใจได้ทันเวลา
ลงทุนอะไรเมื่อเงินเฟ้อสูง?
เงินฝากประจำดอกเบี้ยสูง
บัญชีประจำที่มีอัตราดอกเบี้ยสูง ท่านจะได้ผลตอบแทนที่พอเพียงกว่าสินทรัพย์อื่น
กองทุนอสังหาริมทรัพย์ (REIT)
อัตราค่าเช่าเคลื่อนไหวไปตามเงินเฟ้อ จึงไม่ได้รับผลกระทบจากความผันผวนตลาดหุ้นอย่างหนัก ผู้ลงทุนได้เงินปันผลและส่วนต่างราคา ที่จำเป็นต้องศึกษาข้อมูลอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจ
ตราสารหนี้เชิงลอยตัว
เลือก Floating Rate Bond หรือ Inflation Linked Bond ที่มีการปรับอัตราดอกเบี้ยตามความเปลี่ยนแปลงของเงินเฟ้อ เลือกตราสารที่มีความน่าเชื่อถือสูง
ทองคำและ CFD Trading
ทองคำขึ้นราคาตามเงินเฟ้อสูง การเทรด CFD ให้คุณ “เก็งกำไรได้ทั้งขาขึ้นและขาลง” โดยไม่ต้องซื้อสินทรัพย์จริง
หุ้นกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากเงินเฟ้อ
หุ้นธนาคาร ได้กำไรจากส่วนต่างดอกเบี้ยสุทธิที่เพิ่มขึ้น เมื่ออัตราดอกเบี้ยสูง
หุ้นประกัน มีเงินลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล ซึ่งผลตอบแทนเคลื่อนไหวตามเงินเฟ้อ
หุ้นอาหาร ได้ประโยชน์เพราะเป็นสินค้าจำเป็น และมีอำนาจต่อรองในการปรับราคา
บทสรุป
เงินเฟ้อ ปกติแล้วช่วยให้เศรษฐกิจขยายตัว แต่หากสูงจนเกินไป (Hyper Inflation) ก็กลายเป็นภาวะเดียวกับที่เรียกว่า เงินฝืด และสร้างความเสียหายต่อระบบ
นักลงทุนที่ฉลาดสามารถสร้างกำไรโดยลงทุนในหุ้น หรือสินทรัพย์ที่ได้ประโยชน์จากสภาวะเงินเฟ้อ ดังนั้นการติดตามข่าวสารเศรษฐกิจและการปรับกลยุทธ์การลงทุนให้เหมาะสมกับสถานการณ์จึงเป็นสิ่งจำเป็น