SEC จะจัดงานสัมมนายาว 4 ชั่วโมงในวันที่ 15-12 เพื่อหารือเกี่ยวกับการกำกับดูแลทางการเงินและความเป็นส่วนตัว โดยมีนักพัฒนา zero-knowledge proof องค์กรปกป้องสิทธิพลเมือง และผู้นำในอุตสาหกรรมเข้าร่วม งานนี้เกิดขึ้นท่ามกลางแรงกดดันจากรัฐบาลกลางที่เพิ่มขึ้นต่อเครื่องมือสำหรับการใช้งานแบบไม่เปิดเผยตัวตน หลังมีคำพิพากษาจำคุกที่เกี่ยวข้องกับกระเป๋าเงิน Samourai และคำตัดสินคดี Tornado Cash ที่เกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหาเรื่องการดำเนินการให้บริการโอนเงินโดยไม่ได้รับอนุญาต
ข้อเสนอที่ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ของ FinCEN ภายใต้ Section 311 ซึ่งมุ่งเป้ากิจกรรมการผสมเหรียญระหว่างประเทศว่าเป็นธุรกรรมที่มีความเสี่ยงสูงต่อการฟอกเงิน ได้สร้างบริบทนโยบายที่สำคัญ กฎระเบียบสุดท้ายคาดว่าจะออกในปี 2025 แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้มีการประกาศใช้
วิทยากรเป็นตัวแทนของแนวทางเทคโนโลยีใหม่ ซึ่ง zero-knowledge proofs และความเป็นส่วนตัวที่สามารถตั้งโปรแกรมได้ ช่วยให้ปฏิบัติตามข้อกำหนดการกำกับดูแลโดยไม่ต้องเปิดเผยข้อมูลธุรกรรมทั้งหมด อย่างไรก็ดี การดำเนินคดีล่าสุดแสดงให้เห็นมุมมองตรงกันข้าม: ระบบ “ความเป็นส่วนตัวโดยค่าเริ่มต้น” อาจบั่นทอนศักยภาพในการบังคับใช้กฎหมาย และอาจถูกมองว่าเป็นการให้บริการโอนเงินโดยไม่ได้รับอนุญาต
สำหรับ SEC งานสัมมนานี้เป็นโอกาสในการสร้างข้อมูลสาธารณะเพื่อประเมินว่าเทคโนโลยีปกป้องความเป็นส่วนตัวสามารถตอบสนองภาระผูกพันตามกฎหมายหลักทรัพย์ เช่น การรายงานของ broker-dealer หรือความโปร่งใสตาม Reg ATS สำหรับหลักทรัพย์ที่โทเค็นไอซ์หรือไม่
ผลลัพธ์จากการหารือจะมีผลต่อการที่ SEC จะบูรณาการเทคโนโลยีปกป้องความเป็นส่วนตัวเข้ากับข้อบังคับสินทรัพย์ดิจิทัลในอนาคต หรือจะคงโครงสร้างการกำกับดูแลเข้มงวดเช่นเดิม กรณี Samourai และ Tornado Cash ได้วางกรอบความรับผิดทางอาญาไว้แล้ว การสัมมนาในวันที่ 15-12 จะชี้ให้เห็นว่าเทคโนโลยีความเป็นส่วนตัวยังมีพื้นที่ในกรอบกฎหมายนี้หรือไม่